การทำ Blog ในปี 2026 ยังคุ้มค่าอยู่ไหม?

Sonthaya T.
Updated: Jan. 18, 2026
สารบัญ
กำลังโหลดสารบัญ...
เมื่อ AI ครองเมือง การทำ Blog ในปี 2026 ยังทำเงินได้จริงหรือ? สรุป 5 ทางรอดของคนทำเว็บที่เปลี่ยนจาก "การปั่น Traffic" สู่การสร้าง "Trust" และ "Asset" ที่ AI แย่งไปไม่ได้

ไปเจอประเด็นที่น่าสนใจในห้อง r/SEO ซึ่งมีการถกเถียงกันเรื่องอนาคตของการทำบล็อกในปี 2026 ครับ




มีหลายความเห็นที่น่าสนใจและสะท้อนภาพความเป็นจริงของคนทำเว็บในยุค AI ครองเมืองได้ดีมาก จึงขอสรุปและตกผลึกมาให้เพื่อน ๆ เป็น 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. ยุคทองของ Free Traffic จบแล้ว 

เสียงส่วนใหญ่ยืนยันตรงกันครับว่า "Blogging is not dead, just different"

สิ่งที่ตายคือ...การเขียนบทความทั่วไป (Generic Content) เพื่อหวัง Traffic มหาศาลมาติด Ads แบบสมัยก่อนทำได้ยากมาก เพราะ AI Overviews และ LLMs แย่งยอดคลิกไปเกือบหมด (อ่านเพิ่มเติมบทความ AI Overview & LLM กับผลกระทบต่อ SEO)

สิ่งที่รอดนั้นคือ...บล็อกที่เน้นสร้าง Trust และ Authority ครับ ยุคนี้ Traffic อาจจะน้อยลง แต่คนที่เข้ามาคือคนที่มีคุณภาพ (High Intent) และพร้อมจะจ่ายเงิน

2. โมเดลการหาเงินเปลี่ยนไป

คือใครที่ยังหวังพึ่งค่าโฆษณา (Ad Revenue) จะเหนื่อยมาก เพราะต้องใช้ Traffic มหาศาล ซึ่งในยุค 2026 การหา Organic Traffic ระดับนั้นยากขึ้นหลายเท่า

ทางรอดคือบล็อกกลายเป็นเครื่องมือ Support ธุรกิจหลักแทนครับ เช่น ใช้สร้างความเชื่อมั่นเพื่อขาย Service, Digital Product หรือเก็บ Email List (First-party Data) ซึ่งทำเงินได้ดีกว่าค่าคลิกโฆษณามาก

พูดง่าย ๆ ก็คือใช้เป็นหน้าสำหรับซัพพอร์ตพวก money pages ต่าง ๆ ในเว็บเรา ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง


ตัวอย่าง Gated Content ของ Search Engine Journal



3. AI คือผู้อ่านคนใหม่

เป็นเคสที่น่าสนใจมากจากคุณ SebastienH (เจ้าของธุรกิจอสังหาฯ) เล่าว่า บทความในเว็บแกมีคนอ่านน้อยมาก แต่กลับได้ลูกค้าใหม่ 3 รายที่บอกว่า ChatGPT แนะนำมา

นี่คือจุดเปลี่ยนครับ บทความของเราไม่ได้เขียนให้คนอ่านอย่างเดียวแล้ว แต่ต้องเขียนให้ AI (LLMs) เข้าใจและเชื่อถือ เพื่อให้มันนำธุรกิจเราไปแนะนำต่อ 

และถึงแม้ Traffic หน้าเว็บจะน้อย แต่ถ้าแบรนด์เราไปโผล่ในคำตอบของ AI นั่นคือโอกาสทางธุรกิจ

4. คอนเทนต์แบบไหนที่ชนะ AI?

ในเมื่อ AI เขียนบทความ How-to หรือสรุปข้อมูลได้ในวินาทีเดียว สิ่งที่มนุษย์ยังชนะขาดคือ

  • Real Experience: ประสบการณ์จริง เช่น "ครั้งแรกที่ลองทำ..." หรือ "ความล้มเหลวที่เจอ..." คืออย่างที่ทราบกันดีว่า ยุคนี้คนชอบความเรียลครับ 
  • Unique Data: ข้อมูลดิบ รูปถ่ายจริง ผลการทดลองที่หาที่ไหนไม่ได้
  • Community & Opinion: ความคิดเห็นส่วนตัว การสร้างบทสนทนา และการสร้างชุมชน (Niche Community) เป็นต้น


5. อย่ายึดติดกับ Google แค่ทางเดียว

ปี 2026 การพึ่งพา Google 100% คือความเสี่ยงสูงสุด

หลายคนแนะนำให้กระจายความเสี่ยงด้วย Newsletter (Substack), Video Content, และ Social Media หรือไม่ว่าจะเป็นใช้บล็อกเป็น Hub ของข้อมูล แต่ต้องมีช่องทาง Distribution อื่น ๆ เพื่อดึงคนเข้ามาด้วยครับ (โดยเฉพาะการเก็บ lead หรือทำ Email Newsletter นั้นคือสิ่งที่ควรทำมาก ๆ)

สำหรับผม ปี 2026 อาจจะต้องถามว่า "บล็อกของเรามีบทบาทอะไรใน Business Funnel?"

ถ้าจะทำบล็อกเพื่อปั่น Traffic ขายโฆษณา... ผมว่าไม่คุ้ม แต่ถ้าทำบล็อกเพื่อสร้าง Brand Authority, เป็นฐานข้อมูลให้ AI อ้างอิง, และเปลี่ยน Reader เป็น Subscriber/Customer... รวมถึงเป็นหน้าสำหรับซัพพอร์ตหน้า money pages นี่คือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดและควรทำครับ

ถ้าเรามี money page ในหน้าเว็บ (เช่นพวกหน้า service หรือ product ต่าง ๆ แต่ไม่มีพวก blog หรือเนื้อหาแนว informational ไว้ซัพพอร์ตแล้วเราจะเอาอะไรมาดันหน้าทำเงินเหล่านั้นใช่ไหมครับ หรือจะพูดอีกอย่างว่าเอาไว้ทำ Topical Authority ดังนั้นมันก็ยังต้องทำแหละ)


เพื่อน ๆ คิดเห็นอย่างไรกับทิศทางนี้บ้าง? มาแชร์กันได้ครับ หรือสนใจที่ปรึกษา SEO หรือไม่ว่าจะเข้าใจทั้ง tech และ marketing ในคนเดียว ผมก็มีคลาส Web Solopreneur ที่ยินดีนำเสนออย่างยิ่งและก็ยินดีให้คำแนะนำครับ

อ้างอิง

Sonthaya T.

Sonthaya T.

Author

ที่ปรึกษาด้าน Web & SEO สำหรับองค์กรและเจ้าของธุรกิจ ชอบออกแบบแนวทางและวิธีการสอนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เชื่อว่าความรู้คือหนึ่งในสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดและจะติดตัวเราไปในทุกที่ หลงไหลในธรรมชาติ การเดินทาง เป็นพ่อของแงว ๆ อยู่หลายตัว เสพติดกาแฟ (อเมริกาโน่) และชอบการจิบเบียร์...ในบางครั้ง